Future Challenge กับทักษะสำคัญของผู้นำ “Design Thinking”

โลกเปลี่ยนเร็ว แต่การโฟกัสเสาะแสวงหาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ทั้งในและต่างประเทศมาใช้ อาจไม่ใช่หนทางต่อชีวิตธุรกิจให้ยั่งยืนในยุคที่โซลูชั่นหรือเทคโนโลยีก้าวล้ำ มีให้เลือกสรรมากมาย ทำให้พลาดและมองข้ามปัญหาใหญ่ที่ฝังรากลึกอย่างความสามารถเพื่อนำการเปลี่ยนแปลงของทั้งผู้นำและคนในองค์กร ซึ่งนั่นคือหนทางที่ทำให้องค์กรมีชีวิตยืนยาว มีความพร้อมต่อสู้ทุกวิกฤต ไม่ต่างจากการรักษาสุขภาพองค์รวมให้ร่างกายแข็งแรงพร้อมต่อสู้กับโรคภัย

ทักษะของผู้นำที่สำคัญและจำเป็นต่อการเปลี่ยนแปลง นั่นคือ การพัฒนาตนเองและคนในองค์กรให้มีกระบวนการคิดแบบ “Design Thinking” เพื่อทำให้การสร้างสรรค์ไอเดียและนวัตกรรมใหม่ ๆ ถูกขับเคลื่อนอย่างมีกระบวนการ ตอบโจทย์แก้ปัญหาได้ตรงจุดให้ผู้ใช้หรือลูกค้า ถึงจะเรียกได้ว่า สร้างคุณค่าได้จริง!! ตัวอย่างองค์กรชั้นนำมากมายที่ใช้ Design Thinking ทั้ง Google, Apple, Nike, Netflix, P&G, SAP เป็นต้น

ไม่ต้องแปลกใจ หากสินค้าหรือบริการที่ใส่ความคิดแปลกใหม่กลับขายไม่ได้ ใช้เทคโนโลยีล้ำขนาดไหนกลับไม่มีคนซื้อ เพราะแท้จริงแล้ว นวัตกรรมที่สร้างคุณค่าได้จริง ต้องตอบโจทย์ให้ได้ 3 เรื่อง คือ ลูกค้า (ความต้องการลูกค้า) + เทคโนโลยี (ความเป็นไปได้ทางเทคโนโลยี) + ธุรกิจ (อยู่ในตลาดได้จริง)

ซึ่ง Design Thinking จะเข้ามาช่วยให้ตอบโจทย์ทั้ง 3 เรื่องนี้ได้ ผ่านกระบวนการ 5 step หรือที่เรียกได้ว่า “นวัตกรรมอย่างมีระบบ” มีขั้นตอนทั้ง 5 ดังนี้

  • Empathy (ทำความเข้าใจ)

ขั้นตอนนี้ คือ เข้าใจความต้องการส่วนลึกที่แท้จริงของลูกค้าว่าต้องการอะไร เข้าใจปัญหาที่ต้องการแก้ไข  ที่สำคัญต้องไม่ได้เกิดขึ้นจากการคิดขึ้นมาเอง แต่เกิดจากแนวทางเก็บข้อมูล Observe (สังเกตพฤติกรรมของผู้ใช้/ลูกค้า) – Engage (สัมภาษณ์ กลุ่ม Extreme User )  – Immerse (หาประสบการณ์ตรง สวมบทบาทเป็นผู้ใช้/ลูกค้า)

  • Define (ตีโจทย์ปัญหาแท้จริง) 

หลังทำความเข้าใจปัญหานำไปสู่การวิเคราะห์ และสรุปปัญหาที่แท้จริง จนได้ออกมาเป็นนิยามสั้น ๆ ของบริษัท ผลิตภัณฑ์ หรือบริการที่เราต้องการสร้างขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาข้างต้น ซึ่งกุญแจสำคัญในกระบวนการนี้ คือ การกำหนดปัญหาโดยยึดผู้ใช้หรือลูกค้าเป็นศูนย์กลาง

  • Ideate (ระดมสมอง สร้างสรรค์ไอเดีย)

หัวใจสำคัญของขั้นตอนนี้คือสร้างสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้าง เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ ระดมสมอง ซึ่งถ้าจะให้เวิร์คต้องปล่อยไอเดียออกมาให้มากที่สุด หลากหลาย คิดนอกกรอบ ความคิดใหม่ ๆ เพื่อแก้ปัญหาที่เราตั้งไว้ในขั้นตอนที่แล้ว โดยเน้นที่ปริมาณของความคิดมากกว่าคุณภาพ ไม่มีการตัดสินว่าความคิดใดถูกหรือผิด และคัดเลือกไอเดียที่น่าทดลอง

  • Prototype (การสร้างต้นแบบ-แบบจำลอง)

เปลี่ยนแนวคิดให้เป็นสิ่งที่จับต้องได้โดยทำต้นแบบคร่าวๆขึ้นมา แทนไอเดียจากขั้นตอนที่สามที่อยากจะนำเสนอ เพื่อเช็คว่า ‘สามารถช่วยตอบโจทย์ของผู้ใช้’ ได้ดีแค่ไหน กุญแจสำคัญในการทดสอบแต่ละวิธีแก้ปัญหา เพื่อดูข้อจำกัดหรือข้อบกพร่องใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นตลอดกระบวนการนี้ และปรับปรุงข้อบกพร่องนั้น ๆ ได้

  • Test  (การทดสอบไอเดีย)

การทดสอบโดยนำแบบจำลองมาลองใช้จริงกับกลุ่มเป้าหมาย เพื่อรับ Feedback นำไปพัฒนา ปรับเปลี่ยน ปรับปรุง แก้ไขเพื่อให้ได้คำตอบที่ดีที่สุด ซึ่งคำตอบที่ควรได้ก็คือ ‘อะไรที่ผู้ใช้ชอบ’ และ ‘อะไรที่เราต้องปรับปรุง’ หากในขั้นตอนนี้ คิดว่าไอเดียไม่สามารถไปต่อได้ ให้กลับไปดูไอเดียในขั้นตอนสาม (Ideate) ใหม่อีกรอบ

ซึ่งหลัก Design Thinking นับเป็นทักษะสำคัญของผู้นำในการสร้างนวัตกรรม ทั้งยังสามารถนำมาใช้ได้กับธุรกิจทุกระดับทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ เพราะเป็นกระบวนการคิดที่พลิกแพลงได้เยอะ นำมาใช้พัฒนาหรือ disrupt ทั้งด้าน Product – Process – Service และระบบความคิดที่ชาญฉลาดนี้ จะนำไปสู่ความสำเร็จของธุรกิจในวันนี้และวันข้างหน้าอย่างแน่นอน  อย่าลืมสำรวจ!! ความเป็นผู้นำในตัวท่าน และเติมเต็มทักษะสำคัญ พร้อมรับมือทุกความท้าทาย

ARM ACADEMY

Infinite growth and opportunities

สถาบันแห่งการเติบโตและต่อยอดธุรกิจ…ที่ไม่สิ้นสุด

☎ 02-071-9040

☎ 02-071-9041

💻 https://armacademy.co

IG: https://instagram.com/armacademy.co?igshid=1u25hwab0t52l

LINE Official: https://lin.ee/1JO7vX4

#MorningShake #ARMacademy #EvolutionaryLeader #DesignThinking #innovation #inspiration

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *