“Data” อาวุธ ธุรกิจยุคดิจิทัล      ใช้ข้อมูลหาโอกาสจนเจออย่างไร?

“Data” อาวุธธุรกิจยุคดิจิทัล เพราะทุกวิกฤตและการเปลี่ยนแปลงมีโอกาส แต่จะใช้ข้อมูลหาโอกาสจนเจออย่างไร? จะทำอย่างไรให้ธุรกิจรอด x ธุรกิจโต

ARM Academy ขอมาแชร์แนวคิดดีๆ จากงานสัมมนา Webinar ที่ได้จัดขึ้น
เพื่อเป็นเส้นทางสู่การบริหาร “Data” ที่จะสร้างคุณค่ามหาศาลในยุคดิจิทัล
เพราะ End Goal ของการใช้ Data นั่นคือ ต้องการยุทธศาสตร์ และแผนกลยุทธ์นำไปสู่ความสำเร็จ

ยุคนี้จึงจำเป็นต้องใช้เครื่องมือทางดิจิทัลเข้ามาเป็นผู้ช่วยสำคัญ ทั้งช่วยหาเทรนด์ของตลาดใหม่ ๆ ช่วยให้รู้ Insight และ Feedback ของลูกค้า, สร้าง Customer Engagement และ Tracking Marketing Campaign เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทั้งการทำ Content และ
ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลต่างๆ ได้อย่างถูกทิศทาง ขณะเดียวกันก็ “รู้เขารู้เรา

ซึ่งนอกจากข้อมูลภายในองค์กรที่เรามีและจัดเก็บ หากถูกนำมาเชื่อมโยงกับข้อมูลภายนอกอย่าง Social Data ด้วยเครื่องมือ Social Listening Tools ที่จะมีฟีเจอร์ต่างๆ มากมายที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ จาก Big Data ผ่านกระบวนการ Data Analytics ก็จะสามารถกรองข้อมูลไปสู่ Small Data โดยยุคอนาคตจะเป็นยุคของ Small Data เพื่อนำไปใช้วางแผนต่อได้ ประเมินคาดการณ์อนาคตและช่วยในการตัดสินใจ ซึ่ง Data เก่า ไม่สามารถนำมาเป็นธงนำ อาจเป็นแค่ข้อมูลอดีตไว้เปรียบเทียบ เพราะยุคนี้ความท้าทายคือข้อมูลต้อง “เร็ว เฟรช แม่น” ประกอบกับการค้าขายที่ปรับเปลี่ยนไปด้วย Data (Data Commerce)

นั่นคือ การใช้ข้อมูลเพื่อหา Demand Forecast (คาดการณ์ความต้องการลูกค้า) เพื่อจะแก้ปัญหาตรงจุด ไม่ให้ผลิตขาดหรือเกินความต้องการของตลาด โดย Demand Forecast จะส่งผลให้คิดใหม่ ทำใหม่ บริหารจัดการใหม่

1. การผลิต ปรับเป็น JIT Production คือผลิตแบบพอดีๆ รู้ว่าควรผลิตเท่าไรถึงพอเหมาะ ทำให้เงินไม่จมไปกับ Stock สินค้า

2. การตลาด ปรับเป็น Algorithm Marketing คือเจาะ Focus ไปที่ลูกค้าตัวจริงที่มีโอกาสตัดสินใจซื้อได้เลย โดยต้องเข้าใจและรู้ความต้องการของลูกค้ารายนั้นๆ จาก Data

3. Logistics ปรับเป็น Decentralized มากขึ้น การกระจายคลังออกไป เพื่อสามารถกระจายสินค้าได้เร็วขึ้น

ซึ่งหากมองธุรกิจผ่านมุมมอง Product Life Cycle แบ่งเป็น
Introduction Stage > Growth Stage > Maturity Stage
โดยแต่ละ Stage การใช้ Data กับการวางแผนก็แตกต่างกัน
อย่างช่วง Introduction Stage เรื่องของ Customer Journey ทางออนไลน์
ใน Cycle มีอยู่ 5 stages หรือ “Digital Marketing Funnel” คือ

1. Awareness (รู้จักแบรนด์หรือสินค้า)

2. Engagement (คุ้นเคย มีส่วนร่วม)

3. Leads (โน้มน้าว จูงใจ สร้างความน่าเชื่อถือ)

4. Convert (ตัดสินใจซื้อ)

5. Advocacy (ประทับใจจนบอกต่อ)

ช่วง Growth Stage หากต้องการเติบโต ต้องขยายช่องทาง
ซึ่งแต่ละช่องทางการขาย ก็ใช้ Data ไม่เหมือนกัน
หากจะโตต่อได้ ต้องใช้ให้เป็นการเชื่อมโยงช่องทางต่างๆ (Omni Channel) เช่น Marketplace, Social Media, New Offline Experience/Pop-up Store, Website, Line, Sales Agents, Dropship, Cross Border เป็นต้น

ช่วง Maturity Stage (Stage แห่งการอิ่มตัว) จะเติบโตต่อได้ ต้องรู้จักคำว่า “ยืดหยุ่น”
อย่าลงทุนหวังผลระยะยาว ควรลงทุนเพื่อ Flexibility และสิ่งที่ไม่เชี่ยวชาญไม่เก่ง
ไม่ควรทำ โดยหา Outsource มาช่วยเสริม และพุ่งโฟกัสไปทำที่เป็น Core Value

และนี่คือคำตอบว่าจะทำอย่างไรให้ธุรกิจรอด!!!
“ต้องรักลูกค้า + ต้องขยายช่องทาง + ต้องเติบโต แต่ยืดหยุ่น”

ภายใต้ 3 สิ่งสำคัญหลัก นั่นคือ

เร็ว (Fast & Flexible) + ตามใจลูกค้า (Customized) + เก็บข้อมูล (Big Data)

เชื่อว่าหากธุรกิจของท่านใช้ Data เป็นอาวุธสำคัญเพื่อตอบโจทย์ได้ตามนี้ ความเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เรื่องน่ากลัว

แต่จะเป็นความท้าทายให้ธุรกิจแกร่งและเติบโต ที่สำคัญพบโอกาสได้ไม่รู้จบ

ขอขอบคุณข้อมูลจากวิทยากร
ดร.เอกลักษณ์ ยิ้มวิไล: CEO&Founder – Ocean Sky Network
คุณนิธิ สัจจทิพวรรณ: MD – MyCloudFulfillment

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *